หลายคนที่เริ่มกินเจหรือมังสวิรัติเจอปัญหาเดียวกันคือกินแล้วหิวเร็ว เพลีย และเบื่อภายในสามวัน สาเหตุมักไม่ใช่เพราะอาหารเจไม่อร่อย แต่เพราะมื้อส่วนใหญ่กลายเป็นแป้งกับผัดผัก ซึ่งขาดโปรตีนไปเกือบทั้งหมด
การกินเจให้อยู่ได้จริงจึงเริ่มจากหลักง่ายๆ ข้อเดียวคือ **ทุกมื้อต้องมีแหล่งโปรตีนชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งอย่าง**
แหล่งโปรตีนในอาหารเจที่หาง่ายและไม่แพง
- เต้าหู้ขาวและเต้าหู้แข็ง โปรตีนสูง ราคาถูกที่สุด
- ฟองเต้าหู้และเต้าหู้แผ่น ให้สัมผัสคล้ายเนื้อ
- ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลิสง
- เห็ดทุกชนิด โดยเฉพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดออรินจิ ให้สัมผัสเคี้ยวหนึบคล้ายเนื้อ
- ธัญพืชอย่างข้าวกล้องและงา
ข้อควรรู้คือโปรตีนเจสำเร็จรูปที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์มักแพงและมีโซเดียมสูง ใช้เป็นตัวช่วยบางมื้อได้ แต่ไม่ควรเป็นหลัก
1. เต้าหู้ทรงเครื่อง
หั่นเต้าหู้แข็งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ทอดหรืออบให้ผิวตึงพอเหลือง พักไว้ ตั้งกระทะผัดเห็ดหอมซอย แครอทหั่นเต๋า และข้าวโพดอ่อน ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลนิดหน่อย พริกไทย เติมน้ำเล็กน้อยแล้วใส่เต้าหู้ลงคลุกให้ซอสเคลือบทั่ว โรยต้นหอมซอย
เคล็ดลับคือทอดเต้าหู้ให้ผิวแห้งก่อน ซอสจะเกาะดีและเต้าหู้ไม่แตกยุ่ย
2. ผัดวุ้นเส้นเจ
แช่วุ้นเส้นในน้ำเปล่าให้นิ่มแต่ไม่เละ ผัดกระเทียมเจในน้ำมัน ใส่เห็ดหูหนูซอย เห็ดฟาง แครอท และกะหล่ำปลี ตามด้วยวุ้นเส้น ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำนิดหน่อย และน้ำตาล ผัดเร็วไฟแรง
เมนูนี้อิ่มนานขึ้นมากถ้าใส่เต้าหู้แข็งหั่นเต๋าลงไปด้วย
3. แกงจืดเต้าหู้เห็ดรวม
ต้มน้ำซุปผักจากการต้มหัวไชเท้า แครอท และรากผักชี ประมาณสิบห้านาที กรองกาก แล้วใส่เต้าหู้ขาวหั่นชิ้น เห็ดนางฟ้า และผักกาดขาว ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวและพริกไทย
น้ำซุปจากผักคือหัวใจของเมนูเจหลายอย่าง ต้มครั้งเดียวแบ่งเก็บช่องแช่แข็งไว้ใช้ได้ทั้งสัปดาห์
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย