หนึ่งในเรื่องที่ลูกหลานกังวลมากที่สุดคือพ่อแม่กินได้น้อยลง สาเหตุมักไม่ใช่เพราะไม่หิว แต่เป็นเพราะเคี้ยวลำบาก ฟันไม่ครบ ปากแห้งจากยาที่กินประจำ ลิ้นรับรสเปลี่ยนไปจึงรู้สึกว่าอาหารจืด และบางคนกลัวสำลักจึงหลีกเลี่ยงการกิน
ปัญหาคือถ้าผู้สูงอายุกินโปรตีนน้อยลง กล้ามเนื้อจะลดลงเรื่อยๆ ทำให้ลุกนั่งลำบาก เสี่ยงหกล้ม และฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยช้า เมนูสำหรับผู้สูงอายุจึงต้องเน้นสามอย่างพร้อมกัน คือนุ่มพอเคี้ยวไหว มีโปรตีนพอ และมีรสชาติที่ทำให้อยากกิน
หลักการปรับอาหารให้ปลอดภัย
- หั่นชิ้นเล็กประมาณคำเดียว หรือสับละเอียดถ้าเคี้ยวลำบากมาก
- ต้มหรือตุ๋นให้เปื่อยแทนการทอดหรือย่างที่ทำให้เนื้อแข็ง
- มีน้ำขลุกขลิกช่วยให้กลืนง่าย แต่ถ้ามีปัญหาสำลักน้ำใส ควรทำให้ข้นขึ้นเล็กน้อย เพราะของเหลวใสไหลเร็วและสำลักง่ายกว่าอาหารข้น
- เลี่ยงอาหารที่เหนียวติดคอ เช่น ข้าวเหนียวปั้นก้อน หนังสัตว์ และของที่แข็งกรอบเป็นเสี้ยน
- ให้นั่งตัวตรงเวลากิน และอยู่ในท่านั่งต่อไปอีกประมาณ 30 นาทีหลังกินเสร็จ
- แบ่งเป็นมื้อเล็กห้าถึงหกมื้อ ดีกว่าสามมื้อใหญ่ที่กินไม่หมด
1. ข้าวต้มปลาใส่ขิง
ต้มข้าวสวยกับน้ำซุปให้เมล็ดข้าวบานนุ่ม ใส่เนื้อปลาช่อนหรือปลานิลที่แกะก้างออกหมด เติมขิงซอย ต้นหอม ขึ้นฉ่าย ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อยและพริกไทย ปลาให้โปรตีนย่อยง่าย ขิงช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้เจริญอาหาร ควรตรวจก้างสองรอบก่อนเสิร์ฟ
2. ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง
ตีไข่สองฟองกับน้ำซุปอุ่นในอัตราไข่หนึ่งส่วนต่อน้ำหนึ่งส่วนครึ่ง กรองผ่านกระชอนให้เนื้อเนียน ใส่เนื้อปลาสับ กุ้งสับ หรือหมูสับที่บดละเอียด และแครอทขูดฝอย นึ่งด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาที ปิดฝาหม้อด้วยผ้าขาวบางกันหยดน้ำ เมนูนี้นุ่มที่สุดในบรรดาเมนูโปรตีนและเป็นตัวช่วยในวันที่พ่อแม่เบื่ออาหาร
3. ต้มจืดเต้าหู้ไข่หมูสับ
ต้มน้ำซุปกระดูกหรือน้ำซุปผัก ใส่หมูสับที่ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ใส่เต้าหู้ไข่หั่นชิ้นพอคำ ตำลึงหรือผักกาดขาว ปรุงรสอ่อน โรยต้นหอมและกระเทียมเจียว เต้าหู้ไข่นุ่มมากและให้โปรตีนดี ผักใบต้มสุกจนนิ่มจะเคี้ยวง่าย
4. ข้าวตุ๋นไก่ฟักทอง
หุงข้าวกับน้ำมากกว่าปกติหนึ่งเท่าครึ่งพร้อมอกไก่สับและฟักทองหั่นเต๋า ตุ๋นจนข้าวเปื่อยและฟักทองยุ่ย บดฟักทองผสมเข้ากับข้าวจะได้เนื้อครีมข้นกลืนง่าย ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนและรสหวานตามธรรมชาติ ช่วยให้เมนูนี้อร่อยแม้ปรุงรสน้อย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย