การซื้อบ้านคือการตัดสินใจทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของคนส่วนใหญ่ เพราะมันผูกพันไปอีกยี่สิบถึงสามสิบปี หลายคนตื่นเต้นกับบ้านหลังที่ถูกใจจนลืมคำนวณว่าตัวเองผ่อนไหวจริงไหม แล้วมารู้ตัวอีกทีตอนที่เงินเดือนเหลือไม่พอใช้ทุกเดือน บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนที่คนกู้ซื้อบ้านครั้งแรกควรรู้ก่อนเซ็นสัญญา
ขั้นที่ 1 รู้ก่อนว่าตัวเองผ่อนไหวเท่าไหร่
หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ ค่างวดบ้านไม่ควรเกินหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท ค่างวดที่ปลอดภัยคือไม่เกินประมาณ 10,000 บาท
ธนาคารเองก็ดูตัวเลขนี้เหมือนกัน โดยจะรวมภาระหนี้อื่นทั้งหมดด้วย ทั้งผ่อนรถ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ถ้าภาระรวมเกินราวร้อยละสี่สิบของรายได้ โอกาสถูกปฏิเสธจะสูงมาก
**เคล็ดลับ** ก่อนยื่นกู้จริงหนึ่งปี ลองเก็บเงินเท่าจำนวนค่างวดที่ตั้งใจจะผ่อนทุกเดือน ถ้าทำได้สบายแปลว่าไหวจริง และเงินก้อนนั้นก็กลายเป็นเงินดาวน์ไปด้วย
ขั้นที่ 2 เตรียมเงินก้อนให้พอ
เงินที่ต้องเตรียมไม่ได้มีแค่เงินดาวน์ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่คนมักลืม
- **เงินดาวน์** โดยทั่วไปประมาณร้อยละ 10 ถึง 20 ของราคาบ้าน
- **ค่าโอนกรรมสิทธิ์** ปกติแบ่งจ่ายกับผู้ขายคนละครึ่ง
- **ค่าจดจำนอง** คิดจากวงเงินกู้
- **ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์**
- **ค่าประกันอัคคีภัย** ซึ่งเป็นข้อบังคับ
- **ค่าเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และค่าตกแต่ง** ซึ่งมักบานปลายกว่าที่คิดมาก
รวมแล้วควรมีเงินสำรองเผื่อไว้อีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองแสนบาทนอกเหนือจากเงินดาวน์ แล้วแต่ขนาดบ้าน
ขั้นที่ 3 เช็กเครดิตบูโรของตัวเอง
ก่อนยื่นกู้ ควรขอตรวจรายงานเครดิตบูโรของตัวเองก่อน ค่าใช้จ่ายเพียงหลักร้อยบาท ทำได้ที่ธนาคารบางแห่งหรือผ่านแอปพลิเคชัน
ถ้าพบว่ามีประวัติค้างชำระ ควรเคลียร์ให้เรียบร้อยและรอให้ประวัติดีต่อเนื่องอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปีก่อนยื่น เพราะประวัติผิดนัดชำระคือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้กู้ไม่ผ่าน
ขั้นที่ 4 เตรียมเอกสาร
**พนักงานประจำ** ต้องใช้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 ถึง 6 เดือน หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
**อาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ** ต้องใช้รายการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน เอกสารการเสียภาษี และหลักฐานการประกอบอาชีพ กลุ่มนี้กู้ยากกว่า จึงควรเดินบัญชีให้สม่ำเสมอล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี
ขั้นที่ 5 เปรียบเทียบหลายธนาคาร
อย่ายื่นแค่ที่เดียว ดอกเบี้ยแต่ละธนาคารต่างกันได้มาก และส่วนต่างเพียงร้อยละ 0.5 ต่อปี บนวงเงินสองล้านบาทตลอดสัญญา อาจหมายถึงเงินหลายแสนบาท
สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยปีแรกที่โฆษณาไว้ต่ำๆ แต่ต้องดูอัตราเฉลี่ยสามปีแรก และอัตราหลังจากนั้นซึ่งมักลอยตัวตามอัตราอ้างอิงของธนาคาร
ขั้นที่ 6 อย่ากู้เต็มวงเงินที่อนุมัติ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ ธนาคารอนุมัติเท่าไหร่ก็ซื้อเต็มจำนวนนั้น แต่วงเงินที่ธนาคารอนุมัติคือ "จำนวนสูงสุดที่เขายอมเสี่ยง" ไม่ใช่ "จำนวนที่เราอยู่สบาย" การกู้ต่ำกว่าวงเงินสูงสุดสักหน่อยทำให้ชีวิตมีที่หายใจ เผื่อกรณีตกงาน เจ็บป่วย หรือดอกเบี้ยขึ้น
เคล็ดลับลดดอกเบี้ยระยะยาว
- **โปะเพิ่มทุกครั้งที่มีโอกาส** เงินโบนัสที่โปะเข้าไปจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ลดดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาได้มาก
- **รีไฟแนนซ์เมื่อครบสามปี** ช่วงที่ดอกเบี้ยโปรโมชันหมด เป็นจังหวะที่ควรเทียบธนาคารใหม่เสมอ
- **จ่ายตรงเวลาเสมอ** ประวัติดีทำให้ต่อรองรีไฟแนนซ์ได้ง่ายขึ้นในอนาคต
สรุป
การกู้ซื้อบ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปี ทั้งการเก็บเงินดาวน์ เคลียร์หนี้เดิม รักษาประวัติเครดิต และเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ ที่สำคัญที่สุดคืออย่าให้บ้านในฝันกลายเป็นภาระที่ทำให้ทั้งชีวิตอึดอัด บ้านที่ดีที่สุดคือบ้านที่เราผ่อนได้อย่างสบายใจและยังมีเงินเหลือใช้ชีวิต
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย