ปริศนาข้ามแม่น้ำเป็นโจทย์เชาวน์ที่เก่าแก่มาก มีบันทึกย้อนไปได้ถึงยุคกลางเมื่อกว่าพันปีก่อน และยังถูกใช้เป็นแบบทดสอบการคิดเป็นระบบมาจนถึงทุกวันนี้ ความน่าสนใจคือมันไม่ต้องใช้คณิตศาสตร์เลย แต่ต้องใช้ความสามารถในการวางแผนล่วงหน้าและกล้าถอยหลังเพื่อเดินหน้า ลองอ่านโจทย์แล้วคิดดูก่อนเลื่อนไปดูเฉลยนะครับ
โจทย์
ชายคนหนึ่งต้องพาสิ่งของสามอย่างข้ามแม่น้ำ ได้แก่ **หมาป่า** หนึ่งตัว **แพะ** หนึ่งตัว และ **ผักกาด** หนึ่งกำ
เงื่อนไขมีดังนี้
- เรือมีขนาดเล็กมาก แต่ละเที่ยวเขาพาไปได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น
- ถ้าปล่อยให้ **หมาป่าอยู่กับแพะ** ตามลำพัง หมาป่าจะกินแพะ
- ถ้าปล่อยให้ **แพะอยู่กับผักกาด** ตามลำพัง แพะจะกินผักกาด
- หมาป่าไม่กินผักกาด จึงอยู่ด้วยกันได้
คำถามคือ เขาจะพาทั้งสามข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ครบโดยไม่มีอะไรถูกกินได้อย่างไร
ลองคิดดูก่อน
คนส่วนใหญ่ติดตรงเที่ยวที่สาม เพราะพยายามเดินหน้าอย่างเดียว ใบ้ให้นิดหนึ่งว่า กุญแจของปริศนานี้คือ **เรือสามารถพาของกลับมาได้ด้วย** ไม่ได้บังคับว่าขาไปต้องว่างเปล่าเสมอ ลองคิดอีกสักครู่ก่อนเลื่อนลงไปนะครับ
.
.
.
เฉลย
**เที่ยวที่ 1** พาแพะข้ามไปก่อน แล้วกลับมาตัวเปล่า
ตอนนี้ฝั่งเดิมเหลือหมาป่ากับผักกาด ซึ่งอยู่ด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา
**เที่ยวที่ 2** พาหมาป่าข้ามไป แล้ว **พาแพะกลับมาด้วย**
นี่คือขั้นตอนที่คนพลาดกันมากที่สุด เพราะรู้สึกเหมือนถอยหลัง แต่ถ้าปล่อยแพะไว้กับหมาป่า แพะจะถูกกิน
**เที่ยวที่ 3** ทิ้งแพะไว้ฝั่งเดิม แล้วพาผักกาดข้ามไป
ตอนนี้ฝั่งโน้นมีหมาป่ากับผักกาด อยู่ด้วยกันได้ ฝั่งนี้เหลือแพะตัวเดียว
**เที่ยวที่ 4** กลับมารับแพะ แล้วพาข้ามไปเป็นเที่ยวสุดท้าย
ครบทั้งสามอย่างที่ฝั่งตรงข้าม โดยไม่มีอะไรถูกกิน ใช้ทั้งหมดเจ็ดรอบการข้าม หรือสี่เที่ยวขาไป
ทำไมคนส่วนใหญ่ตอบไม่ได้
เหตุผลไม่ใช่เพราะโจทย์ยาก แต่เพราะสมองเรามีสมมติฐานซ่อนอยู่ว่า "เมื่อพาของไปแล้วต้องทิ้งไว้" ไม่มีตรงไหนในโจทย์ที่ห้ามพากลับเลย แต่เราสร้างกฎนี้ขึ้นมาเอง นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่าการยึดติดกับกรอบความคิด และมันเกิดขึ้นในชีวิตจริงบ่อยกว่าที่คิด เช่น เวลาเราคิดว่าต้องทำงานให้เสร็จตามลำดับ ทั้งที่การย้อนกลับไปแก้ขั้นตอนก่อนหน้าอาจเร็วกว่า
เวอร์ชันยากขึ้น ลองต่อ
ถ้าเปลี่ยนเป็นมีครอบครัวสามคน คือพ่อ แม่ ลูกสองคน กับเรือที่รับน้ำหนักได้จำกัด และมีเงื่อนไขว่าห้ามให้ลูกอยู่กับพ่อหรือแม่ตามลำพังฝ่ายเดียว โจทย์จะซับซ้อนขึ้นอีกหลายเท่า ปริศนากลุ่มนี้ถูกใช้ในวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อสอนเรื่องการค้นหาเส้นทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย
สรุป
ปริศนาข้ามแม่น้ำสอนบทเรียนที่ใช้ได้จริงว่า บางครั้งทางออกของปัญหาไม่ได้อยู่ข้างหน้า แต่อยู่ในการยอมถอยกลับหนึ่งก้าวเพื่อจัดลำดับใหม่ ถ้าคุณตอบได้ตั้งแต่แรกโดยไม่ดูเฉลย ถือว่าเก่งมากครับ ลองเอาไปถามคนในบ้านดู แล้วดูว่าใครติดตรงเที่ยวที่สองเหมือนกันบ้าง
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย